หน้าแรก ข่าวสาร เผยราคาชุดนักเรียนเกาหลี ! ภาระสุดหนักอึ้งของผู้ปกครองเกาหลี

เผยราคาชุดนักเรียนเกาหลี ! ภาระสุดหนักอึ้งของผู้ปกครองเกาหลี

8202

ที่เกาหลีใต้ การใส่ชุดเครื่องแบบนักเรียนยังคงเป็นระเบียบบังคับจนถึงระดับชั้นมัธยมปลาย รวมไปถึงระเบียบการแต่งกายไม่ว่าจะเป็นรองเท้า กระเป๋านักเรียน บางโรงเรียนที่เข้มงวดนั้นก็จะบังคับให้ใช้สีเดียวกัน ซึ่งในปัจจุบันหลายๆโรงเรียนก็มีผ่อนปรนระเบียบนี้ เหลือแค่เพียงการใส่เครื่องแบบนักเรียนเพียงอย่างเดียว

เครื่องแบบนักเรียน เกาหลีเครื่องแบบของนักเรียนเกาหลี

ในประเทศที่มี 4 ฤดู (ฤดูใบไม้ผลิ,ฤดูร้อน,ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว) อย่างเกาหลีใต้ การแต่งกายก็จำเป็นที่จะต้องปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมด้วย เครื่องแบบการแต่งกายของนักเรียนเกาหลีจึงแบ่งเป็น 2 แบบ คือ ฮาบก (하복) เครื่องแบบในฤดูร้อน และ ทงบก (동복) เครื่องแต่งกายในฤดูหนาว

ถ้าว่าประเทศไทย การแต่งเครื่องแบบนักเรียนจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสถานะทางการเงิน ก็อาจจะพูดได้ยากสำหรับที่เกาหลี เพราะว่าการแข่งขันของแบรนด์เสื้อผ้าชุดนักเรียนในเกาหลีถือว่าค่อนข้างสูงเช่นกัน ไม่แตกต่างกับแบรนด์เสื้อผ้าปกติที่มีการชูเรื่องความสบายในการสวมใส่ ความอบอุ่น การนำศิลปิน K-POP มาใช้ในการตลาดเพื่อดึงดูด ก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่ว่าแบรนด์ไหนๆก็ล้วนทำกัน (ถ้าเงินถึงพอ)

BTS โฆษณา ชุดนักเรียน
บริษัทผลิตชุดนักเรียน Smartของเกาหลี ที่ใช้ศิลปินวง BTS ในสื่อโฆษณา (ที่มา : Smart)
NCT โฆษณาชุดนักเรียน
บริษัทผลิตชุดนักเรียน Elite ของเกาหลี ที่ใช้ศิลปินวง NCT ในสื่อโฆษณา (ที่มาภาพ : Elite)

ค่าใช้จ่ายโดยรวมของเครื่องแบบนักเรียนในเกาหลี

หน้าร้อน : กางเกง-กระโปรง (~55,000 วอน : 1,650 บาท), เชิ้ต (~30,000 วอน : 900 บาท)
หน้าหนาว : กางเกง-กระโปรง (~65,000 วอน : 1,950 บาท), เชิ้ต (~40,000 วอน : 1,200 บาท)

ทั้งหมดนี้เป็นราคาต่อชุดและยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นแจ๊คเก็ต หรือเสื้อคลุมที่เป็นไปตามระเบียบของโรงเรียน โดยรวมๆแล้ว ค่าใช้จ่ายที่หมดไปกับเครื่องแบบนักเรียนทั้งสองฤดูนั้น อาจเกิน 300,000 วอน หรือประมาณ 9,000 บาท

เหนือชุดนักเรียน ยังมีแจ็คเกต..

เรื่องให้เสียเงินสำหรับผู้ปกครองเกาหลีไม่ได้มีแค่ค่าชุดนักเรียนที่มีราคาสูง แต่ด้วยสภาพอากาศหนาว ทำให้มีค่าใช้จ่ายส่วนของเสื้อกันหนาวที่เพิ่มเข้ามา และการตลาดของเกาหลีที่ดุเดือด ทำให้ความรู้สึกที่ว่า “ของมันต้องมี” นี้ มากลายเป็นอีกภาระที่กดดันผู้ปกครอง

ไม่ใช่เป็นเรื่องที่หลายคนจะคิดกันไปเอง แต่เริ่มมาตั้งแต่ช่วงปี 2000 ที่ เสื้อดัฟเฟิลโค้ท (Duffle coat) ที่คนเกาหลีเรียกกันว่า “โค้ทต๊อกปกกิ” (เพราะกระดุมมีลักษณะคล้ายกับต๊อกปกกี) นั้น ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

เสื้อ ต๊อกปกกี
เสื้อต๊อกปกกิ ที่ได้รับความนิยมในช่วงหนึ่งในเกาหลี (ที่มา : Tistory)

มาจนถึงช่วงปีต้นๆปี 2010 ปีของเสื้อกันหนาวจากแบรนด์ “The North Face” ที่แสดงความพิเศษกว่าเสื้อกันหนาวแบรนด์อื่นๆ ด้วยคุณภาพที่ดีกว่า อุ่นกว่า เป็นของที่เด็กระดับชั้นมัธยมต้นต้องมี ในขณะที่ผู้ปกครองต้องควักเงินซื้อในราคาตัวละ 4-5 พันบาท

ลองแพดดิ้ง
เสื้อกันหนาวของ The North Face ที่กลายสภาพเป็นเครื่องแบบนักเรียนเกาหลี อยู่ช่วงหนึ่ง (ที่มาภาพ : Corearoadbike.com )

ในช่วงปีสองปีที่ผ่านมาเทรนด์ ลองแพดดิ้ง (Long padding) หรือ เสื้อกันหนาวตัวยาว ก็มาเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของแฟชั่นฤดูหนาวในช่วงนี้ หลากหลายแบรนด์ต่างทำกันออกมา และได้นำร่องตั้งแต่ช่วงเทศกาลโอลิมปิกฤดูหนาวในปี 2017 ที่ผ่านมา ที่ได้มีการจัดทำเป็นสินค้า Official ประจำงานไปด้วย โดยชูเรื่องของความอุ่น ที่สามารถป้องกันลมหนาวไปจนถึงบริเวณขา

long padding เกาหลี
สินค้าลิขสิทธิ์ของงานกีฬาโอลิมปิกที่ผ่านมา ซึ่งเป็นลองแพดดิ้ง (ที่มา : 경항비즈)

เป็นผู้ปกครองเกาหลีก็เหนื่อและน่าเห็นใจเช่นกันนะเนี่ย

อ้างอิงข้อมูลและรูปภาพ

ห้ามคัดลอกบทความไปลงในช่องทางอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต กรุณาแชร์ลิงก์ของบทความแทน
เรียบเรียงโดย ทีมงานจะไปเกาหลี (JapaiKorea.com)

 

 

ติดตามกันต่อ!

Facebook จะไปเกาหลี

Twitter จะไปเกาหลี (@Japai_Korea)